
โดย คุณหญิงหม่อมหลวงอนงค์ (ชุมสาย) นิลอุบล
ข้าพเจ้าได้รับการขอร้องให้เขียนเรื่องราวและบรรยายความรู้สึกในการสูญเสีย ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคสุข ในฐานะที่เป็นผู้ประกอบวิชาอาชีพทางด้านวิทยาศาสตร์เช่นเดียวกัน และเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์กันด้วย ข้าพเจ้าเต็มใจที่จะเขียนเรื่องนี้โดยปราศจากความลังเล ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าข้าพเจ้ามิใช่นักเขียน และถึงแม้จะเขียนได้ก็เขียนแบบนักวิทยาศาสตร์ เต็มไปด้วยความจริงและขาดสำนวนไพเราะเพราะพริ้งโดยสิ้นเชิง
ศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข เป็นศิษยเก่าจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นบัณฑิตวิทยาศาสตร์รุ่นที่ 8 ข้าพเจ้าเป็นบัณฑิตรุ่นที่ 5 แต่ถึงอย่างไรก็เห็นหน้าเห็นหลังกันอยู่ไว ๆ มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันทั้งในรั้วและนอกรั้วสีชมภู ทุกครั้งที่มีกิจกรรมในมหาวิทยาลัย ในงานพบปะสังสรร งานสัมมนาทางวิทยาศาสตร์ และ
งานอื่น ๆ ซึ่งมิสามารถกล่าวให้ครบถ้วนได้ รวมความได้ว่าในระยะหลังนี้ข้าพเจ้าได้พบปะคุ้นเคยกับ ดร.สตางค์ ยิ่งกว่าเพื่อร่วมชั้นกันเสียอีก
ประวัติของ ดร.สตางค์ ทางด้านการศึกษา ดร.สตางค์ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 8 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2482 ได้เข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (เคมี) เมื่อปี พ.ศ.2485 และได้รับปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตพร้อมกับ คุณยาใจ รุทระกาญจน์ ในปี พ.ศ.2489 ต่อจากนั้นได้เดินทางไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ โดยทุนบริติชเคาน์ซิล ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตทางวิชาอินทรีย์เคมีจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๓ และได้ทำการวิจัย Post Doctoral อีก 1 ปี ที่มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล งานวิจัยที่ ดร.สตางค์ ทำนั้น ส่วนใหญ่เกี่ยวกับสมุนไพรและปฏิชีวนะ งานวิจัยในเรื่องต่าง ๆ ได้ทำการตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ของประเทศอังกฤษ เช่นเรื่อง มะเกลือ ปวกหาด ปฏิชีวนะ ฯลฯ
ความชำนาญพิเศษคือ อินทรีย์เคมีและอุตสาหกรรมเคมี และในปี พ.ศ.2511 ดร.สตางค์ ได้รับพระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะทำงานก้าวหน้ามีชื่อเสียงดีเด่น ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัยและประเทศชาติในด้านพัฒนาระดับอุดมศึกษาเป็นอย่างดียิ่ง
ในด้านราชการ ดร.สตางค์ เคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ หัวหน้าแผนกวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งหมือนกับคณะเตรียมแพทย์เมื่อสมัย 25 ปีก่อนโน้น ผลิตนิสิตเตรียมแพทย์สำหรับป้อนมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ศิริราช และเชียงใหม่
ในปัจจุบัน ดร.สตางค์ ดำรงตำแหน่งคณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งผลิตนิสิตเตรียมแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลศิรราช เป็นอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 7 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับครั้งสุดท้าย คือ ทุติยจุลจอมเกล้า
เกียรติและงานสำคัญที่ ดร.สตางค์ เคยปฏิบัติทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้นคือ
- เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ดังที่กล่าวมาแล้ว และเป็นกรรมการช่วยก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นและเชียงใหม่ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวงการศึกษาหลายแห่ง รวมทั้งกรรมการสาขาเคมีและเภสัช สภาวิจัยแห่งชาติด้วย
- ดำเนินการติดต่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ เพื่อขยายงานของคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ในด้าน Basic Sciences ได้รับการช่วยเหลือมากมายทั้งในด้านการเงิน อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ ทุนการศึกษา หนังสือ วารสาร และอุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ ด้านความช่วยเหลือของมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์นี้ มีระยะไม่ต่ำกว่า 10 ปี
- ดำเนินการติดต่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษ เกี่ยวกับอาจารย์และทุน ได้รับอาจารย์จากประเทศอังกฤษมาช่วยเหลือในด้านการสอน หลักสูตร และพร้อมทั้งเครื่องมือวิทยาศาสตร์ด้วยมากอย่าง
- ดำเนินการขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลออสเตรเลีย ได้รับทุนการช่วยเหลือเกี่ยวกับด้านทุนการศึกษาภายใต้แผนการโคลัมโบหลายสิบทุน พร้อมทั้งเครื่องมือทางด้านวิทยาศาสตร์เป็นมูลค่า 500,000 บาท
- ดำเนินการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัย Massachusette Institute of Technology (M.I.T) ทางด้านวิชาจุลชีววิทยาและเคมี โดยได้รับทุนช่วยเหลือทางด้านผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือ โดยเฉพาะเงินทุนสำหรับใช้จ่ายในการวิจัยนั้นได้รับเป็นเงินประมาณ 15 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี
- ดำเนินการเจรจาด้วยความสามารถทำให้ คุณหญิงอรรถกระวีสุนทร (หลง) มารดาของ นางเฉลิมสุนทรการ (แสนสุข) เสียสละด้วยศรัทธาอันสูงส่งในการศึกษา บริจาคที่ดินส่วนตัวที่เป็นสวนยางที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เนื้อที่เกือบ 700 ไร่ ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งโปรดพระราชทานให้เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อยู่ ณ บัดนี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นี้ประกอบด้วย 3 คณะ คณะศึกษาศาสตร์อยู่ที่ปัตตานี คณะวิศวกรรมศาสตร์อยู่ที่สงขลา และคณะวิทยาศาสตร์ นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ยังคงเรียนอยู่ที่กรุงเทพ กำหนดว่า เมื่อการก่อสร้างอาคารเรียนและหอพักนิสิตเสร็จสมบูรณ์จึงจะย้ายไปหมด คาดว่าจะกระทำพิธีเปิดได้ในเดือนตุลาคมศกนี้ โดยจะกราบทูลขอพระราชทานอัญเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปที่สงขลา การจัดทำภาพสีและรูปปั้นของคุณหญิงอรรถกระวีสุนทร (หลง) เพื่อนำไปประดิษฐานสำหรับรำลึกถึงความมีกุศลจิตของท่าน ก็กำลังดำเนินอยู่การ
- เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่ให้ความร่วมมือและประสานงานกับโครงการใหญ่ของรัฐบาลโครงการหนึ่งที่เรียกว่า โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย อันเป็นแผนส่งเสริมการศึกษาของชาติระดับอุดมศึกษาให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าในทางเศรษฐกิจและสังคมยิ่งขึ้น
- เป็นผู้แทนไทยร่วมกับ ศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ และ ดร.จ่าง รัตนะรัต ไปในงานฉลองครบ 75 ปี ของ American Chemical Society ที่อเมริกา พ.ศ.2494
ดร.สตางค์ มีพี่ชาย 1 คน เป็นบุตรของนายแจ้งและนางไน้ มงคลสุข มีอาชีพเป็นชาวสวน อยู่ในจังหวัดจันทบุรี ทั้งคุณพ่อคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ภริยาของ ดร.สตางค์ คือ คุณยุพิน (เบญจกาญจน์) มงคลสุข มีบุตร 4 คน หญิง 3 ชาย 1 คือ มธุรส, ศศพินธุ์, วีนิตา และศกรณ์ สามคนหลังยังอยู่ในวัยศึกษา บุตรสามคนอยู่ในต่างประเทศ คือยู่อเมริกา 2 คน ในอังกฤษ 1 คน เมื่อครั้งที่ ดร.สตางค์ ศึกษาอยู่ในจุฬาลกรณ์มหาวิทยาลัย มีเพื่อนร่วมรุ่น 10 คน คือ
- นายยิ่ง วัชรคุปต์ (กรมพัฒนาที่ดิน)
- นางเฉลิมศรี วัชรคุปต์ (กรมกสิกรรม)
- น.ท.ประชุม นรเศรษฐ์โสภณ (องค์การแก้ว)
- นางยาใจ รุทระกาญจน์ (โรงเรียนชาญวิทย์พิทยาลัย)
- นายศักดิ์ วิริยานนท์ (โรงงานยาสูบ)
- นางประทุม โดษยะนันท์ (ถึงแก่กรรม)
- นส.จินดา ชลารักษ์ (ถึงแก่กรรม)
- พ.ต.ต.อำนวย ตันประเสริฐ (ถึงแก่กรรม)
- นายทวี วรรธนาคม (ถึงแก่กรรม)
- ดร.สตางค์ มงคลสุข (ถึงแก่กรรม)
ในการที่จะมองคุณงามความดีของบุคคลนั้น ย่อมจะละเว้นเสียมิได้ที่จะกล่าวถึงประวัติการศึกษา การรับราชการ ผลงานอื่น ๆ ตลอดจนความประพฤติและการปฏิบัติตนต่อเพื่อนฝูง ผู้บังคับบัญชา ครูอาจารย์ บิดามารดา ญาติพี่น้อง สำหรับความรู้ความสามารถ การปฏิบัติงานของ ดร.สตางค์ นั้น เป็นที่ยกย่องสรรเสริญยิ่งนัก ไม่มีข้อบกพร่องด่างพร้อย สุดที่จะหาคำใด ๆ มากล่าวให้สาสมกับความตั้งใจไม่
ในด้านการปฏิบัติต่อเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมชั้นเล่าให้ฟังว่า ดร.สตางค์ เมื่อครั้งยังเรียนหนังสืออยู่จุฬานั้น ขยันมาก ไม่ใคร่เล่นหัวซุกซนเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ เอาแต่เรียน แต่เวลาเข้าผู้หลักผู้ใหญ่เก่งมาก ผู้ใหญ่มักมีเมตตาจิตต่อ ดร.สตางค์ พูดอะไรมักเป็นที่เชื่อถือ บุคลิกลักษณะอันนี้เองที่ทำให้การเจรจากับชาวต่างประเทศมักเป็นที่เชื่อถือและให้ผลดี ดร.สตางค์ ประสพความสำเร็จก้าวหน้า เป็นใหญ่เป็นโตในทางหน้าที่การงานอย่างรวดเร็วและอย่างอิจฉา ทำให้เพื่อนฝูงตามไม่ทัน แต่กระนั้นก็ตาม เพื่อนฝูงก็หาได้อิจฉาหรือเกลียดชังไม่ กลับรักใคร่ภาคภูมิใจที่มีเพื่อนมีหน้ามีตา ต่างได้พึ่งพาอาศัย ได้ความช่วยเหลือของ ดร.สตางค์ แนะนำในเรื่องการศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลาน ฝากบุตรของเพื่อน ๆ ให้เข้าเรียน มีการจัดชั้นพิเศษ คล้าย ๆ มัธยม 8 ไว้รับลูกหลานของเพื่อนที่สอบตก เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ กวดวิชาให้พลาง ๆ เพื่อเรียนรอไว้เข้ามหาวิทยาลัยปีหน้า มิต้องให้อยู่เฉย ๆ โดยเปล่าประโยชน์
ในด้านความเป็นศิษย์ต่ออาจารย์ ดร.สตางค์ มีอาจารย์ทางวิทยาศาสตร์หลายท่านรวมกับข้าพเจ้า ที่จำได้ไม่เคยลืมก็มี ศาสตราจารย์ ดร.แถบ นีละนิธิ ศาสตราจารย์ทองศุข พงศ์ทัต และศาสตราจารย์ ดร.บัวเรศ คำทอง อาจารย์ทุกคนรัก ดร.สตางค์ อย่าง ศาสตราจารย์ แถบ เวลาจะยกตัวอย่างให้ศิษย์รุ่นหลังฟังถึงความเรียนเก่ง ท่านมักยกตัวอย่าง ดร.สตางค์ อยู่บ่อย ๆ อาจารย์ทองศุขเล่าให้ข้าพเจ้าฟังด้วยท่าทางอันหม่นหมองว่า ดร.สตางค์ เป็นศิษย์ที่ให้ความพากภูมิใจเป็นที่สุด และกระบวนความกตัญญูกตเวทีก็ไม่มีใครสู้ ดร.สตางค์ รักวิชาเคมีมากที่สุดในบรรดาวิชาวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย ฝีมือในการวิเคราะห์ถูกต้อง แน่นอน แม้ในปัจจุบันนี้จะมีงานทางด้านการจัดกิจการและการปกครองมากล้นก็ตาม แต่ก็อุตส่าห์เจียนเวลาไปเลกเชอร์วิชาอินทรีย์เคมีแก่นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ ปีที่ 1 และปีที่ 2 เกือบไม่เว้นวัน
สำหรับ ศาสตราจารย์ ดร.บัวเรศ คำทอง ท่านกล่าวว่า แม้ในขณะนี้ท่านได้รับตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แทน ดร.สตางค์ แล้วก็ตาม แต่ก็หามีกะใจที่จะตื่นเต้นดีใจไม่ เพราะความเศร้าโศกเสียดาย ดร.สตางค์ นั้นมีท่วมท้นยิ่งกว่า ดร.สตางค์ เป็นคนซื่อ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น จิตต์ใจดีมีเมตตากรุณากับทุกคนทุกชั้น มีความรักใคร่และสัมพันธ์ติดต่อกับอาจารย์โดยใกล้ชิดและสม่ำเสมอ เมื่อคราวที่ ดร.สตางค์ ไปศึกษาทำปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษนั้น บริติชเคาน์ซิลฝากให้ที่วิทยาลัยเล็ก ๆ คือ Leicester College ซึ่งเป็นสาขาของ London University แต่ ดร.สตางค์ ไม่ใคร่ชอบ ศาสตราจารย์ ดร.บัวเรศ จึงเขียนจดหมายฝากฝังไปที่มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล และอาจารย์ที่ลิเวอร์พูลได้มารับ ดร.สตางค์ ไปเรียนที่ลิเวอร์พูลทันที ดร.สตางค์ เรียนเก่ง ทำชื่อเสียงไว้มาก อาจารย์ที่ลิเวอร์พูลเขียนจดหมายชมเชยกับศาสตราจารย์ ดร.บัวเรศ เสมอ ทั้งนี้เป็นผลให้การติดต่อฝากฝังนักเรียนเข้าเรียนที่ลิเวอร์พูลได้ง่ายมากในระยะหลัง ๆ และ ดร.สตางค์ ก็เป็นผู้ฝากฝังให้เข้าเล่าเรียนได้ ณ สถานที่นั้นอีกหลายราย และมีการติดต่อเป็นอย่างดีตราบจนทุกวันนี้
ด้านความเป็นอยู่นั้นเล่า ดร.สตางค์ ย่อมได้ชื่อว่าเป็นอภิชาตบุตร ความเศร้าโศกเสียใจของท่านบิดาและมารดานั้นสุดจะหาอะไรมาวัดได้ เพราะท่านเคยมีความสุขเมื่อพูดถึงลูกชายคนนี้ และมีแต่ความพากภูมิใจอยู่เนื่องนิจ มีแต่นำชื่อเสียงและเกียรติยศอันสูงเด่นมาสู่วงศ์ตระกูล “มงคลสุข”
ดร.สตางค์เป็นคนรักความก้าวหน้า บากบั่น ชอบทำประโยชน์ เห็นการศึกษาเป็นใหญ่ พูดจริงทำจริง มีความเมตตากรุณามาก ลูกศิษย์รักใคร่นับถือ เคยขอทุนช่วยเหลือเด็กยากจนบ่อย ๆ ออกปากเรี่ยไรบอกบุญกับเพื่อน ๆ ญาติมิตรก็มี บางวันมีลูกศิษย์ไปขอสตางค์ใช้บ้างก็ขอค่ารับประทานอาหารกลางวัน บ้างก็ขอค่ารถ ได้รับความรบกวนบ่อย ๆ สำหรับผู้ที่เข้าไปขอความช่วยเหลือแล้ว น้อยครั้งที่จะได้รับความผิดหวัง มักได้รับความช่วยเหลือไม่มากก็น้อยทุกราย
ในด้านความเป็นหัวหน้าครอบครัว ดร.สตางค์ ให้ความรัก ให้การศึกษาแก่บุตรอย่างดีเยี่ยม บุตรสามคนกำลังศึกษาในต่างประเทศ บุตรสาวคนโตกำลังทำปริญญาเอก คนที่สองเรียนที่แคลิฟอร์เนีย คนที่สามเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ในกรุงเทพ คนที่สี่เรียนในประเทศอังกฤษ ในระยะที่บุตรทั้งสามทราบว่า ดร.สตางค์ และคุณยุพิน กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเจรจาขอทุนช่วยเหลือเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนามหาวิทยาลัย แล้วจะเลยแวะเยี่ยมลูก ๆ ลูกทั้งสามต่างตั้งตารอคอยวันที่บิดามารดาจะไปเยี่ยม แต่แล้วเหตุการณ์ก็กลับกลายไป คือลูก ๆ ถูกเรียกกลับกรุงเทพโดยปัจจุบันทันด่วน
พูดถึงความตาย ไม่เป็นสิ่งที่ใคร ๆ จะเลือกได้ ว่าจะตายโดยวิธีใด ฉนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกินว่า ความตายนั้นเป็นความแน่แท้เหนือสิ่งใด แต่ไฉนเล่ามัจจุราชจึงมาเลือกเจาะจงแต่ชีวิตบุคคลที่มีประโยชน์และมีค่าเช่นนี้
ในวงการวิทยาศาสตร์และวงการศึกษาอาจกล่าวได้ว่าเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ดร.สตางค์ เกิดเมื่อปีมะแม วันที่ 15 กรกฎาคม 2462 และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2514 อายุ 52 ปีบริบูรณ์ อายุอานามขนาดนี้ยังทำประโยชน์แก่ประเทศชาติได้อีกมากมายนัก แม้แต่ในระยะเวลาที่ก่อนถึงแก่กรรมสัก 2 วัน ก็เป็นระยะเวลาที่จะต้องเดินทางไปเจรจาเพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม มูลค่า 90 ล้านบาท จากอังกฤษ ญี่ปุ่น และอเมริกา เพื่อนำมาพัฒนาสองมหาวิทยาลัย คือ มหิดล และ สงขลานครินทร์ สำหรับมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งตั้งมาช้านานแล้ว เรายังเคยได้ยินเขาบ่นกันเสมอ ๆ ว่า ขาดอาจารย์ ขาดเครื่องมือ ขาดตำรา ขาดงบประมาณ และอะไรต่อมิอะไร ก็ลองคิดดูเถอะว่ามหาวิทยาลัยที่จะก่อตั้งใหม่ ๆ จะมีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมากมายสักแค่ไหน ก็เป็นคุณงามความดีและความพยายามอย่างยิ่งยวดของ ดร.สตางค์ ที่จะเอาชนะปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้
หมายเหตุ: ใช้ตัวสะกดตามต้นฉบับ
เอกสารอ้างอิง
อนงค์ นิลอุบล. (2514). ชีวิตที่มีค่าของศาสตราจารย์ ดร.สตางค์ มงคลสุข. ใน ชุมนุมจุฬา ฉบับวันจุฬาลงกรณ์ 22 ตุลาคม 2514. กรุงเทพ : มงคลการพิมพ์.

คุณหญิง หม่อมหลวงอนงค์ นิลอุบล
ผู้ได้รับสมญานามว่า มารดาเอ็นจีโอของเมืองไทย สืบเชื้อสายมาจากราชสกุลสายพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และเป็นศิษย์เก่าดีเด่นคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นบัณฑิตสตรีทางวิทยาศาสตร์รุ่นแรก ที่สำเร็จปริญญาโททาง Organic Chemistry จากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ สหรัฐอเมริกา




